บทความทั้งหมด
เจ้าของศูนย์25 ตุลาคม 2569 · อ่าน 5 นาที

เปิดสาขาต่างจังหวัด: ตลาดโตเร็วกว่า แต่ต้องคุมสาขาให้ได้จากระยะไกล

รายได้กวดวิชานอกกรุงเทพฯ โตปีละ 23.8% แต่สาขาที่อยู่ไกลก็พลาดได้ง่าย สรุปตัวเลขตลาด กำลังซื้อรายภาค บทเรียนจากเชนที่เคยยุบสาขา และจังหวะการบริหารที่งานวิจัยชี้ว่าได้ผล

คุณมินถือแท็บเล็ตที่เชื่อมด้วยเส้นประไปยังร้านสามสาขาบนแผนที่เกาะ แมวน้องคลาสถือธงอยู่ข้างสาขาที่ไกลที่สุด

สรุปเน้น ๆ

  • รายได้กวดวิชานอกกรุงเทพฯ โตเฉลี่ย 23.8% ต่อปี เทียบกับ 4.2% ในกรุงเทพฯ แต่กรุงเทพฯ ยังครองราว 71% ของรายได้
  • ครัวเรือนอีสานใช้เงินด้านการศึกษาเฉลี่ย 165 บาทต่อเดือน ราวหนึ่งในสี่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล — ตั้งราคาแบบกรุงเทพฯ ไม่ได้
  • สาขาภายใต้แบรนด์เดียวกันทำรายได้ต่างกันได้ ราว 3.9 เท่า — ความต่างอยู่ที่การบริหารแต่ละสาขา
  • งานทดลองพบว่าการวางระบบติดตามตัวเลข ตั้งเป้า และทำเป็นกิจวัตร เพิ่มผลิตภาพ 17% ในปีแรก
  • จังหวะที่ใช้ได้จริง: ตัวเลขชุดเดิมทุกสัปดาห์ แยกรายสาขา และมีคนไปเยี่ยมแต่ละสาขาอย่างน้อยทุกสองสัปดาห์

ตลาดต่างจังหวัดโตเร็วกว่า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่าช่วงปี 2564–2568 รายได้ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาในกรุงเทพฯ โตเฉลี่ย 4.2% ต่อปี ขณะที่ภูมิภาคอื่น โตถึง 23.8% และส่วนแบ่งรายได้ของกรุงเทพฯ ลดจากราว 83.2% เหลือ 71.3% [1] ในปี 2567 ภาคกลางและภาคตะวันออกยังเป็นพื้นที่ที่มีโรงเรียนกวดวิชาเปิดใหม่มากที่สุด กว่า 37% ของทั้งประเทศ [1]

อ่านตัวเลขนี้อย่างไร

ตัวเลขชุดนี้เป็นของโรงเรียนกวดวิชาที่มีใบอนุญาต ไม่รวมศูนย์โค้ดดิ้ง ดนตรี หรือจินตคณิต และ 23.8% บอกความเร็วของการเติบโต ไม่ใช่ขนาดตลาด กรุงเทพฯ ยังเป็นตลาดหลักอยู่ราว 71%

รายงานเดียวกันยังเตือนเรื่องฐานเด็กที่เล็กลง: จำนวนนักเรียนไทยคาดว่าจะลดลง 1.1% ในปี 2568 ตามสถิติการเกิด [1] ตลาดต่างจังหวัดจึงเป็นโอกาส แต่เป็นโอกาสที่ต้องแข่งกันเอาใจผู้ปกครองกลุ่มที่เล็กลงทุกปี

กำลังซื้อแต่ละภาคไม่เท่ากัน

165 บาท

ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาเฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เทียบกับ 652 บาทในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (ปี 2566)[2]

ผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนปี 2566 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติยังพบว่า ครัวเรือนอีสานใช้จ่ายถึง 82.9% ของรายได้ สูงที่สุดในทุกภาค จึงเหลือเงินออมน้อยกว่าภาคอื่น [2] ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเองก็แนะนำให้ธุรกิจการศึกษาที่ขยายไปต่างจังหวัด "ปรับลดค่าเล่าเรียนให้ตรงกับรายได้ของผู้ปกครองในแต่ละพื้นที่" [1]

สาขาต่างจังหวัดจึงไม่ควรเป็นสำเนาของสาขากรุงเทพฯ ทั้งเรื่องราคา ขนาดแพ็กชั่วโมง และรูปแบบการผ่อนชำระ เจ้าของต้องเห็นตัวเลขของสาขานั้นเองเพื่อตัดสินใจ ไม่ใช่ใช้ค่าเฉลี่ยรวม

บทเรียนจากเชนที่เคยยุบสาขา

ปี 2562 ประชาชาติธุรกิจรายงานว่าโรงเรียนกวดวิชากำลังเจอนักเรียนลดลงเฉลี่ย 10–20% นายกสมาคมผู้บริหารและครูโรงเรียนกวดวิชาระบุว่ากำไรรวมของตลาดลดลง 20% โดยมีสาเหตุหลักจากอัตราการเกิดที่ลดลง โรงเรียนขนาดเล็กทยอยปิดหรือยุบ "สาขาที่ไม่มีผู้เรียน" และเชนใหญ่ก็เริ่มยุบสาขาเช่นกัน [3]

สาขาที่ถูกยุบไม่ได้ว่างในวันเดียว ตัวเลขสมัครใหม่และการต่อคอร์สค่อย ๆ ลดลงหลายเดือนก่อนหน้านั้น เจ้าของที่เห็นแนวโน้มรายสาขาตั้งแต่ต้นจะมีเวลาแก้ ทั้งเปลี่ยนคนดูแล ปรับราคา หรือเปลี่ยนวิชาที่เปิดสอน

แบรนด์เดียวกัน ผลต่างกันเพราะการบริหาร

ข้อมูลที่แฟรนไชส์ศูนย์สอนคณิตศาสตร์ Mathnasium ในสหรัฐฯ ต้องเปิดเผยแสดงว่า จากศูนย์ 832 แห่งในปี 2023 กลุ่มบนสุด 25% มีรายได้เฉลี่ย 611,684 ดอลลาร์ ขณะที่กลุ่มล่างสุด 25% มีเพียง 157,599 ดอลลาร์ [4] ต่างกันราว 3.9 เท่า ทั้งที่ใช้หลักสูตร แบรนด์ และระบบเดียวกัน

ตัวเลขนี้แยกผลของทำเลกับผลของการบริหารออกจากกันไม่ได้ และยังไม่มีผู้ตรวจสอบ แต่งานวิจัยอีกสองชิ้นช่วยอธิบาย งานทดลองแบบสุ่มที่ตีพิมพ์ใน Quarterly Journal of Economics พบว่าการวางแนวปฏิบัติด้านการบริหาร เช่น ติดตามตัวเลข ตั้งเป้า และทำเป็นกิจวัตร เพิ่มผลิตภาพ 17% ในปีแรก [5] ส่วนงานอีกชิ้นพบว่าการเปลี่ยนหัวหน้าจากกลุ่มแย่ที่สุด 10% เป็นกลุ่มดีที่สุด 10% เพิ่มผลงานของทีมได้มากกว่าการเพิ่มคนอีกหนึ่งคนในทีมเก้าคน และพนักงานที่ได้หัวหน้าดีลาออกน้อยกว่า [6]

ข้อควรรู้

งานแรกทำในโรงงานทอผ้าขนาดใหญ่ในอินเดีย งานที่สองทำกับพนักงานบริการ ไม่ใช่ศูนย์เรียนเสริม ใช้เป็นหลักการว่า "การบริหารและหัวหน้าสาขาสำคัญ" ได้ แต่ไม่ใช่ตัวเลขที่จะเกิดซ้ำในศูนย์ของคุณ

จังหวะการบริหารสาขาที่อยู่ไกล

ธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีหลายสาขามักให้ผู้จัดการเขตดูแลราว 5–7 สาขา และ ไปเยี่ยมทุกสัปดาห์ หรืออย่างช้าทุกสองสัปดาห์ พร้อมติดตามตัวชี้วัดหลักตลอด [7] ตัวอย่างนี้มาจากธุรกิจดูแลสัตว์เลี้ยงและร้านค้า ไม่ใช่การศึกษา แต่จังหวะเดียวกันใช้กับศูนย์เรียนเสริมได้

โต๊ะทำงานที่มีแล็ปท็อปแสดงตารางสามแถวพร้อมจุดสีสถานะ เช็คลิสต์ และแก้วกาแฟ คุณมินถือปากกา แมวชี้แถวที่มีจุดสีเหลือง
ทบทวนตัวเลขชุดเดิมทุกสัปดาห์ แยกรายสาขา
  1. ตัวเลขชุดเล็กชุดเดิมทุกสัปดาห์ — สมัครใหม่เทียบเป้า เด็กที่ชั่วโมงใกล้หมด การมาเรียน และยอดค้างชำระ แยกรายสาขา
  2. ประชุมสั้นทุกสัปดาห์ กับหัวหน้าแต่ละสาขา คุยเฉพาะตัวเลขที่ผิดปกติ
  3. เยี่ยมสาขาอย่างน้อยทุกสองสัปดาห์ หรือมีคนที่ไว้ใจไปแทน และตรวจสิ่งที่คาดหวังจริง ๆ
  4. ใช้ขั้นตอนและหน้าจอเดียวกันทุกสาขา เพื่อให้ตัวเลขเทียบกันได้
  5. ปรับราคาและแพ็กตามพื้นที่ โดยดูกำไรรายสาขา ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยรวม

ใน KlassUp ทุกสาขาใช้ขั้นตอนและหน้าจอเดียวกัน เจ้าของเห็นยอด สมัครใหม่เทียบเป้า รายจ่าย กำไร และจุดคุ้มทุนแยกรายศูนย์ และระบบขึ้นแถบเตือนเองเมื่อสาขาไหนมีเรื่อง เช่น ค้างชำระ สมัครใหม่ต่ำกว่าเป้า หรือเด็กใกล้หมดชั่วโมง ทำให้รู้ว่าสาขาไหนควรไปดูก่อน

แหล่งอ้างอิง

  1. KResearch, Industry Analysis and Outlook ฉบับที่ 20 (27 ก.พ. 2568)
  2. สำนักงานสถิติแห่งชาติ, การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2566
  3. ประชาชาติธุรกิจ, "ร.ร.กวดวิชาปรับตัวหนีตาย เจ้าใหญ่ขายกิจการ-ยุบสาขา" (15 พ.ย. 2562)
  4. Franchise Chatter, Mathnasium FDD 2024 review — Item 19 (ข้อมูลปี 2023)
  5. Bloom et al., "Does Management Matter? Evidence from India", Quarterly Journal of Economics 128(1) (2013)
  6. Lazear, Shaw & Stanton, "The Value of Bosses", Journal of Labor Economics 33 (2015)
  7. Franchising.com, "The Right Oversight: Area managers fill vital multi-unit roles" (2025)